วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

ข้อมูลสรุปของแบบสอบถาม~*

เพศ?
ชาย433%
หญิง867%
ผู้ใช้สามารถเลือกช่องทำเครื่องหมายมากกว่าหนึ่งช่อง ดังนั้นเปอร์เซ็นต์อาจรวมกันได้เกิน 100%
อายุ?
12-15 ปี00%
16-19 ปี1192%
20-23 ปี18%
อื่นๆ00%
อาชีพ?
นิสิตนิสิตนักศึกษานิสิตนักศึกษานิสิตนิสิตเรียนนิสิตครูบ้านนอกช่างเสริมสวยนิสิต
ท่านเคยเข้าชมเว็บไซต์ Youtube หรือไม่?
เคย12100%
ไม่เคย00%
ผู้ใช้สามารถเลือกช่องทำเครื่องหมายมากกว่าหนึ่งช่อง ดังนั้นเปอร์เซ็นต์อาจรวมกันได้เกิน 100%
ท่านเข้าชมเว็บไซต์ Youtube บ่อยเพียงใด?
น้อยที่สุดบ่อยที่สุด
1 -
น้อยที่สุด
00%
200%
318%
4217%
5 -
บ่อยที่สุด
975%
ประเภทของรายการที่ท่านเข้าชม?
เพลง12100%
บันเทิง1083%
กีฬา217%
ภาพยนตร์และแอนิเมชั่น975%
ข่าวและการเมือง18%
ตลก867%
บุคคลและบล็อค217%
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี00%
เกมส์325%
สัตว์เลี้ยง00%
การศึกษา325%
ท่องเที่ยว325%
อื่นๆ433%
ผู้ใช้สามารถเลือกช่องทำเครื่องหมายมากกว่าหนึ่งช่อง ดังนั้นเปอร์เซ็นต์อาจรวมกันได้เกิน 100%
แต่ละครั้ง ท่านใช้เวลาเท่าใดในการเข้าชม?
ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง00%
1-2 ชั่วโมง542%
3-4 ชั่วโมง18%
มากกว่า 4 ชั่วโมง650%
กรุณาตอบตามความเป็นจริง - ท่านชื่นชอบเว็บไซต์ youtube มากที่สุด
ไม่จริง00%
ค่อนข้างจริง325%
จริง433%
จริงที่สุด542%
กรุณาตอบตามความเป็นจริง - เว็บไซต์ที่ท่านเข้าชมบ่อยที่สุด คือ เว็บไซต์ youtube
ไม่จริง00%
ค่อนข้างจริง650%
จริง433%
จริงที่สุด217%
กรุณาตอบตามความเป็นจริง - เมื่อมีเวลาเล่นอินเตอร์เน็ต ท่านมักเข้าชมเว็บไซต์ youtube เป็นประจำ
ไม่จริง00%
ค่อนข้างจริง18%
จริง650%
จริงที่สุด542%
กรุณาตอบตามความเป็นจริง - ท่านตั้งค่า เว็บไซต์ youtube เป็นโฮมเพจ
ไม่จริง1192%
ค่อนข้างจริง00%
จริง18%
จริงที่สุด00%
ข้อเสนอแนะของท่าน
ฬฬฬ....แบร่ :pเพราะยูทูปสามารถดูย้อนหลังได้ แม้เวลานั้นเราไม่สามารถดูตามช่องโทรทัศน์ได้ ก็สามารถมารีหาดูในยูทูปได้คลิปยูทูปมันเจ๋งๆๆจริงๆๆนะเทอูู^^รักนะจุ๊บๆข้อเสนอแนะของท่าน...ยูตู๊ปชอบดราม่าชอบดูชิงช้าสวรรค์อ่ะ เลยเข้าบ่อย อิอิถ้าเปรียบกูเกิลที่มีทุกอย่างเป็นข้อมูล ยูทูปก็เป็นทุกอย่างที่เป็นข้อปฏิบัติที่สามารถให้ความบันเทิงไปกับความเคลื่อนไหวต่างๆ
จำนวนการตอบกลับรายวัน

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จริยธรรมและความปลอดภัย~*



การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
       ความเป็นส่วนตัวคือสิทธิที่อยู่ตามลำพังและสิทธิที่เป็นอิสระจากการถูกรบกวนโดยไม่มีเหตุอันควร ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสารสนเทศ คือ สิทธิในการตัดสินใจว่าเมื่อใดข้อมูลสารสนเทศของบุคคลหนึ่ง จะสามารถเปิดเผยให้กับผู้อื่นได้ และภายใต้ขอบเขตอย่างไร

แนวทางการพัฒนาคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
–               ข้อมูลส่วนตัว ควรจะได้รับการตรวจสอบก่อนจะนำเข้าสู่ฐานข้อมูล
–               ข้อมูลควรมีความถูกต้องแม่นยำ และมีความทันสมัย
–               แฟ้มข้อมูลควรทำให้บุคคลสามารถเข้าถึง (ข้อมูลของตน) และตรวจสอบความถูกต้องได้
–               ควรมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคนิค และการบริหาร
–               บุคคลที่สามไม่สมควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลโดยปราศจากการรับรู้หรืออนุญาตของเจ้าของ ยกเว้นโดยข้อกำหนดของกฎหมาย
–               ข้อมูลไม่ควรถูกเปิดเผยด้วยเหตุผลที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  ปัจจุบัน อาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีความก้าวหน้าและพัฒนาไปมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความเสียหายด้านทรัพย์สินเงินทองจำนวนมหาศาลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นไปได้ทั้ง
  เครื่องคอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเครื่องประกอบอาชญากรรม คือ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และทำลายระบบคอมพิวเตอร์อื่น
เครื่องคอมพิวเตอร์ในฐานะเป้าหมายของอาชญากรรม
2.1การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกกฎหมายซึ่งมีทั้ง Hacker และ Criminal    Hacker (Cracker)
     2.2 การเปลี่ยนแปลงและทำลายข้อมูลโดย
      virus : เป็นโปรแกรมที่ต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น
            worms : เป็นโปรแกรมอิสระที่สามารถจำลองโปรแกรมเองได้
     2.3 การขโมยข้อมูลข่าวสารและเครื่องมือ
     2.4 การสแกมทางคอมพิวเตอร์ (Computer-related)

การรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
  การรักษาความปลอดภัยให้ระบบสารสนเทศมีความปลอดภัย และยังช่วยลดข้อผิดพลาด การทำลายระบบสารสนเทศ มีระบบการควบคุมที่สำคัญ 3 ประการ คือ
                       •การควบคุมระบบสารสนเทศ
                       •การควบคุมกระบวนการทำงาน
                       •การควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

 


 

ซอฟท์แวร์เพื่อการศึกษา~*



ซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา 

  ความหมายของซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา  
         ซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้โดยนักเรียนและครูเพื่อเพิ่มการเรียนการสอน แบบดั้งเดิม  
  และสร้างเครื่องมือการเรียนรู้


  ข้อดีของซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา  
        1.    สื่อเพื่อการศึกษามีจํานวนมาก มีความแพร่หลายมาก ยิ่งขึ้น ส่งผลต่อโอกาส
ทางการศึกษาของเยาวชน  
        2.    ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้พิการ หรือผิดปกติ  เช่น หูหนวก ตาบอด
สมาธิสั้น ออทิสติก
           3. เข้าถึงได้ง่าย มีรูปแบบแบบที่ยืดหยุ่นกับผู้ใช้ได้ ข้อมูล ที่ทันสมัย
   เยาวชนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ข้อดีของซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา  
  
  ประเภทของซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา
    ซอฟต์แวร์เพื่อการบริหาร
-      การบริหารจัดการสถานศึกษา   
-      การบริหารจัดการองค์กรการศึกษา
-      การบริหารจัดการส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา 
    ซอฟต์แวร์เพื่อการนําไปใช้
-      การนําไปใช้ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน
-      การนําไปใช้ระหว่างผู้ปกครองกับผู้เรียน  
-      การนําไปใช้ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนเองและผู้เรียนกับสังคม


  ข้อเสนอแนะต่อซอฟแวร์การศึกษา
      สื่อเพื่อการศึกษามีจํานวนมาก ที่ยังเป็นซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์         
ทําให้ผู้ที่มีรายได้น้อยเข้าถึงยาก ควรมีหน่วยงานสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง      
ควรให้ความสําคัญในการพัฒนาผู้สอนให้สอดคล้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่เสมอ 


      

อินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา~*



การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 

       อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางของการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วทั้งโลกเรา     ต่างก้าวผ่านยุคแห่งสังคมข่าวสารแล้วซึ่งทำให้ประจักษ์ได้ว่าข่าวสารต่างๆนั้นจะเป็นประโยชน์    การพัฒนาประเทศทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆได้นั้นต้องอาศัยความรู้ในการจัดการ   อย่างยิ่งการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษามีความหมายครอบคลุมกิจกรรมด้านการศึกษา       ที่ถูกวางรูปแบบโดยครูผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตเนื่องจากรูปแบบ      การสื่อสารและการควบคุมนักเรียนทางไกลแบบ Online มีลักษณะพิเศษที่แตกต่าง        จากการเรียนการสอนในห้องเรียนซึ่งทำกันเป็นปกติดั้งนั้นเป้าหมายของการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ตจึงประกอบด้วยวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ
1. การสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับระดับผู้เรียน
2. การเสริมทักษะและความรู้เพื่อให้ครูสามารถดำเนินการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การกำหนดเป้าหมายการศึกษาเพื่อสนับสนุนการเรียนผ่านอินเตอร์เน็ต



ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์~*

คอมพิวเตอร์คืออะไร
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว
 
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
1.   รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีย์บอร์ด หรือ เมาส์
2.   ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ
3.   แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผล   ออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ
4.   เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์           จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต
ประเภทของคอมเครื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการใช้งานกันมาก ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ตลอดจนในสถานศึกษาต่างๆ ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าเครื่องขนาดใหญ่ในสมัยก่อนเสียอีก อย่างไรก็ดีแม้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ทำไม่สามารถทำงานที่ใหญ่ และมีความซับซ้อนได้ เช่น งานของระบบธนาคารหรืออุตสาหกรรมซึ้งมีปริมาณมากและมีความซับซ้อนจะเป็นงานที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้ดีกว่าเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ  5 ส่วนด้วยกัน คือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Sofeware) บุคลากร (Peopleware) ข้อมูลและสารสนเทศ (Data/Information) และกระบวนการทำงาน (Procedure)        



 

บทบาทของคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา~*

บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มีต่อการศึกษา

1. งานบริหาร (Administrative Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการบริหารองค์การ เช่น งานการเงิน บัญชี พัสดุ ทะเบียน และสารบรรณ
2. งานหลักสูตร (Curriculum Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตร เช่น ผลการเรียน อัตราส่วนระหว่างผู้เรียนต่อครู
3. งานห้องสมุด (Library Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการห้องสมุด เช่น การค้นหนังสือแทนการใช้บัตรรายการ เป็นต้น
4. งานพัฒนาวิชาชีพ(Professional development Application) คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แก่ครูเพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน  
5. งานวิจัย (Research application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บผลการวิเคราะห์ 

6. งานแนะแนวและบริการพิเศษ (Guidance and Special Service Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วย ในการเก็บรายงาน ผลการเรียนและพฤติกรรมผู้เรียน เป็นต้น
7. งานทดสอบ (Testing Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างข้อสอบ วิเคราะห์และประเมินผลการเรียน
8. สื่อการสอน (Instructional Aids Application) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเรียนการสอน
9. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction) ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน การฝึกหัด การแก้ปัญหาโจทย์วิชาต่าง ๆ


สรุป
        การเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศมีลักษณะเป็นแบบก้าวหน้า เช่น มีการพัฒนาทุกๆ สามปี และพัฒนาการทางความเร็วของคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นได้ประมาณสองเท่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมี แนวโน้มที่จะก้าวไปได้อีกมาก
ความฝันหรือจินตนาการต่างๆ ที่คิดไว้ จะเป็นจริงในอนาคต พัฒนาการเหล่านี้ย่อมมีบทบาท
ที่สำคัญต่อการศึกษาอย่างมาก องค์กรที่ทำหน้าที่ในการวางแผนการศึกษาของชาติ
จะต้องให้ความสำคัญกับ การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเต็มที่ การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตามการลงทุน
ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีราคาค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องเลือกสรรให้เหมาะสม
กับการใช้ประโยชน์ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องมีการศึกษา และวางแผนให้เหมาะสม
เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด







 

เครือข่ายสังคมออนไลน์~*


เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)

       แนวคิดเรื่อง (Social Network) หรือ เครือข่ายสังคมออนไลน์ มักปรากฎให้เห็นในลักษณะของการนำมาใช้เพื่อดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ โดยมีตัวบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันเป็นเครือข่าย เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน แลกเปลี่ยนแบ่งปันทรัพยากร ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ แต่ปัจจุบันคำว่า (Social Network) จะหมายถึงระบบเครือข่ายบนโลกออนไลน์ หรือการติดต่อสื่อสารถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ตนั่งเอง Wikipedia (2009) ให้ความหมาย (Social Network) ว่า เป็นโครงสร้างสังคมที่ประกอบด้วยโหนด (Node) ต่างๆ เชื่อมต่อกัน ซึ่งแต่ละโหนดที่เชื่อมโยงกันก็อาจมีความสัมพันธ์กับโหนดอื่นๆ ด้วย โดยอาจมีระดับของความสัมพันธ์กัน มีความซับซ้อน มีเป้าหมาย
       Social Network จึงหมายถึงการที่มนุษย์สามารถเชื่อมโยงถึงกัน ทำความรู้จักกัน สื่อสารถึงกันได้ ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็นเว็บ (Social Network) ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่งเอง โดยเว็บไซต์เหล่านี้จะมีพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามารู้จักกัน มีการให้พื้นที่ บริการเครื่องมือต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่าย สร้างเนื้อหาตามความสนใจของผู้ใช้ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ประเภท (Social Network) เกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งที่มีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ และไม่แสวงหากำไร เช่น Wikipedia โดย 10 อันดับเว็บไซต์ (Social Network) ยอดนิยม คือ mySpace.com, faceBook.com, orkut.com, hi5.com, vkontakte.ru, Friendster.com, SkyRock.com, PerfSpot.com, bebo.com และ studivz.net (พฤษภาคม 2551) และที่สำคัญสื่อแทบทุกแขนงได้รายงานให้ทราบในเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้ติดต่อสื่อสารกัน โดยมีการอวยพรวันเกิดครบรอบ 60 ปี ของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข่าวที่ฮือฮามาก โดยผ่านสังคมเครือข่ายออนไลน์ที่ชื่อ ทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งผู้เขียนจะได้เขียนให้เพื่อนสมาชิกในฉบับหน้า จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสังคมเครือข่ายออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในด้านการเมืองแล้ว



       Social Network ในที่นี้หมายถึงเฉพาะที่เป็นแบบ Online ที่สมัครสมาชิกกันได้ฟรีๆ แล้วก็ส่ง Message ผ่านทาง Instant Message หรือ E-mail ไปชักชวนคนอื่นมา Connect ด้วย
    
      ส่วนมากบริการทำนองนี้มักจะถูกมองไปในเรื่องของการหาคู่ โดยที่ต่างคนต่างโพสท์ประวัติ  รูป แต่ที่ถูกหลอกลวงน่าจะมีมากกว่า